
เขตพื้นที่ตำบลถ้ำทะลุ หน้าบ้านด่านแรก ก็คือ หมู่ 3 บ้านบันนังบูโบ

ถึงแล้วเขตตำบลถ้ำทะลุ ตรงนี้เป็นหมู่ 3 บ้านบันนังบูโบ ไปหมู่ 1 บ้านถ้ำทะลุ เลี้ยวขวา ... ตามป้าย ...

••เลี้ยวขวา ... ตรงไปโน้นเลย เห็นภูเขาลูกนั่นไหม ใช่เลย ...

ระยะทาง 5 กม. ก็จะถึงที่หมาย "ถ้ำทะลุ" ซึ่งเป็นศาลเจ้าโรกิเตศวรโพธิสัตย์กวนอิม
บ้านถ้ำทะลุ จุดเด่นของหมู่บ้านเราคือ ภูเขาหินลูกโต ที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่กลางหมู่บ้านของเรานั่นเอง
เรื่องเล่าเกี่ยวกับความเป็นมา ชื่อ “ถ้ำทะลุ”
จากคนเฒ่าคนแก่ที่เล่าต่อๆกันมา ... กาลครั้งหนึ่ง มียักษ์ 2 ตนที่ต้องการจะตั้งตัวเป็นใหญ่เพื่อครอบครองพื้นที่บริเวณนี้ จึงท้าประลองความสามารถความแข็งแกร่งกัน เมื่อมีการต่อสู้ ยักษ์ตนหนึ่งโยนก้อนหินลูกโตนั้นใส่ฝ่ายตรงข้าม .... ในที่สุด ก้อนหินก้อนนั้น ก็วางเด่นอยู่ตรงกลางหมู่บ้านเรานั่นเอง ...
เรื่องที่ว่ามาข้าพเจ้าเคยฟังมาตังแต่เยาว์วัย จึงนำมาเรียบเรียงถ้อยคำแล้วเล่าสู่กันฟัง
เหตุจากภูเขาหินก้อนโตนั้น ... ลักษณะมีช่องว่างทะลุลอดจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งได้ เป็นช่องเขาคล้ายประตูบ้าน ช่องเขาทะลุที่ด้านหนึ่งกว้าง เหมือนดั่งประตูหน้าบ้าน ส่วนอีกด้านที่เล็กกว่า ดั่งประตูหลังบ้าน

•ประตูด้านหน้าถ้ำ มองเข้าไปด้านในจะเห็นศาลที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่ฯ

•ประตูเล็กด้านหลังถ้ำทะลุ มองทะลุ เห็นถนนทางเข้าหมู่บ้าน

•แหงนมองช่องประตูด้านหลังถ้ำ ย้อนแสงยามเช้า เจิดจ้าแจ่มจรัสเชียว
เมื่อเดินผ่านเข้าไปภายในถ้ำ จะมองเห็นศาลเจ้าซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พระโพธิสัตย์กวนอิม อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวบ้านถ้ำทะลุและพื้นที่ใกล้เคียง

•จากประตูถ้ำ เข้ามาชมถ้ำด้านใน ในภาพนี้เป็นวันงานสมโภชน์องค์เจ้าแม่ซึ่งเป็นงานประจำปี เราจึงมองเห็นถึงความมีชีวิตชีวาคืนมาอีกครั้งหนึ่ง

ภายในถ้ำบริเวณรอบๆศาลเจ้าแม่ฯ ก็มีพระพุทธรูป ที่ก่อตั้งขึ้นตามแนวสูงชันของผนังถ้ำเดินขึ้นตามทางเล็กแคบๆตามแนวหินด้านบนสุดมีบ่อน้ำเล็กๆน้ำเย็นชื่นใจชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นน้ำมนต์ นอกจากนั้นก็มี หินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆตามผนังถ้ำ ที่ความสวยงาม ดั่งงานจิตกรรมฝาผนัง ฝีมือจิตกรเอกมือหนึ่งแห่งธรรมชาติก็ว่าได้

สำหรับคนที่ชื่นชอบความสงบร่มรื่นภายในถ้ำนั้นเย็นสบายเหมาะเป็นที่นั่งพักกายคลายเหนื่อยก็จะแวะมานั่งอ่านหนังสือคงเข้าที แต่ที่นี่สัญญาโทรศัพท์มือถือนั้นไม่ค่อยดี ต้องวิ่งรี่คอยหาคลื่น
ศาลเจ้าฯซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นพระโพธิสัตย์กวนอิม ก่อตั้งขึ้นโดยหลวงจีน คณานุรักษ์ยี่เนี่ยว เมื่อจุลศักราช 1253 ปีเถาะ(พศ.2434 )หรือเมื่อ 121ปีมาแล้ว
เมื่อก่อนมีหลวงจีนและแม่ชีจีนประจำอยู่จนถึงปี พศ.2536 แม่ชี 2 ท่านสุดท้ายได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน จนปัจจุบันนี้ไม่มีหลวงจีนและแม่ชีจีนอีกแล้ว มีเพียงชาวบ้านที่เข้ามาดูแลเก็บกวดขยะภายในศาลเจ้าแห่งนี้
แม้ว่าไม่มีหลวงจีนและแม่ชี ที่คอยเป็นธุระจัดการเรื่องต่างๆภายในถ้ำแล้วก็ตาม ด้วยความนับถือศรัทธาของชาวบ้านที่นี่ ในช่วงเดือนสี่ จะมีการจัดงานสมโภชน์องค์พระโพธิสัตย์กวนอิมขึ้นทุกๆปี มีการทำบุญถือศีลกินผัก สิ่งที่ขาดเสียมิได้นอกจากพิธีกรรมแล้ว จะต้องมีหนังตะลุง ความเชื่อว่าที่ปฎิบัติต่อๆกันมา
ถ้ำทะลุวันนี้ เหลือไว้เพียงความทรงจำ วันที่ไร้ซึ่งหลวงจีนและแม่ชีจีน ไม่มีเสียงสวดมนต์ เสียง ป๊ก ป๊ก ป๊ก จากการเคาะไม้เป็นจังหวะตามเสียงสวดมนต์ กับภาพแม่ชีนั่งสมาธินับลูกประคำ แม้ภาพเหล่านี้กลายเป็นเงาจางๆในความทรงจำ แต่ความนับถือและเลื่อมใสศรัทธา มิได้จางหายไปจากใจชาวถ้ำทะลุ
ถ้ำทะลุวันนี้ มีเพียงความเงียบเหงา ไร้ผู้คนจากภายนอกพื้นที่แวะมาเยี่ยมเยือน ด้วยเหตุจากความไม่สงบในพื้นที่ชายใต้
ถ้ำทะลุวันนี้ เหลือเพียงความหวัง ว่าสักวันหนึ่งคงเหมือนดั่งเช่นเมื่อวันวานวันแห่งความทรงจำที่ดี กับพื้นที่ที่สงบสันติสุขร่มเย็นทั่วพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ หวังไว้เช่นนั้น